ฮุก่มการจัดงานเฉลิมฉลองในคืนนิศฟูชะอ์บาน
ท่านเชค บิน บาซ (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์) ได้กล่าวว่า : “หนึ่งในบรรดาอุตริกรรม (บิดอะฮ์) ที่ผู้คนบางกลุ่มได้อุตริขึ้น คือการจัดงานเฉลิมฉลองในคืนนิศฟูชะอ์บาน และทำการเจาะจงถือศีลอดในวันดังกล่าว ซึ่งไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้มารองรับการกระทำเช่นนั้น , ส่วนหะดีษต่าง ๆ ที่ระบุถึงความประเสริฐของคืนนี้นั้น ล้วนแล้วเป็นหะดีษที่อ่อนหลักฐาน (เฎาะอีฟ) ไม่สามารถใช้เป็นหลักอ้างอิงได้” – ดู “มัจมัวอ์ อัลฟะตาวา” (1/186)
ฮุก่มการจัดงานฮุก่มเกี่ยวกับการเจาะจงละหมาดในคืนนิศฟูชะอ์บานและเจาะจงถือศีลอดในวันดังกล่าวเฉลิมฉลองในคืนนิศฟูชะอ์บาน
ท่านเชค บิน บาซ (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์) กล่าวว่า : “บรรดาหะดีษที่กล่าวถึงความประเสริฐของการละหมาดในคืนนี้ (นิศฟูชะอ์บาน) ล้วนเป็นหะดีษที่ถูกกุขึ้น (เมาฎูอ์) ทั้งสิ้น” – ดู “มัจมัวอ์ อัลฟะตาวา” (1/186)
ท่านยังได้กล่าวอีกว่า : “การเฉลิมฉลองคืนนิศฟูชะอ์บาน ไม่ว่าจะด้วยการละหมาดหรือกิจกรรมอื่นใดก็ตาม รวมถึงการเจาะจงถือศีลอดในวันนั้น ถือเป็นอุตริกรรม(บิดอะฮ์) ที่น่ารังเกียจยิ่ง ในทัศนะของปราชญ์ส่วนใหญ่ ซึ่งไม่มีรากฐานจากบทบัญญัติอันบริสุทธิ์ที่รับรองไว้ ทว่าเป็นเรื่องที่ถูกอุตริขึ้นมาในศาสนาอิสลามหลังจากยุคของบรรดาเศาะหาบะฮ์เป็นต้นมา” – ดู “มัวมัวอ์ อัลฟะตาวา” (1/191)
ท่านเชค อิบนุ อุษัยมีน (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์) ได้กล่าวว่า : “ที่ถูกต้องแล้วนั้น คือการถือศีลอดในช่วงวันครึ่งของเดือนชะอ์บาน หรือการเจาะจงเลือกอ่าน (อัลกุรอ่าน) และบทซิเกรเป็นการเฉพาะนั้น ไม่มีรากฐานใด ๆ รองรับ , ดังนั้นแล้วในวันครึ่งของเดือนชะอ์บาน ก็เหมือนวันในช่วงกลางเดือนของเดือนอื่นทั่วไป” – ดู “มัวมัวอ์ อัลฟะตาวา” (20/23)
ท่านยังได้กล่าวอีก ความว่า : “การเจาะจงถือศีลอดในวันครึ่งของเดือนชะอ์บานแบบเฉพาะเจาะจงนั้น ไม่ใช่ซุนนะฮ์ และเมื่อการถือศีลอดนั้นไม่ใช่ซุนนะฮ์ มันย่อมกลายเป็นบิดอะฮ์ ; เพราะการถือศีลอดคือการเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) เมื่อความชอบธรรมตามบทบัญญัติไม่เป็นที่ยืนยัน สิ่งนั้นย่อมเป็นอุตริกรรม” – ดู “มัวมัวอ์ อัลฟะตาวา” (20/26)
ฮุก่มการละหมาดในค่ำคืนนิศฟูชะอ์บาน
ท่านเชค อิบนุ อุษัยมีน (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์) ได้กล่าวว่า : “การละหมาดในคืนนิศฟูชะอ์บานแบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน หนึ่ง : คือผู้ที่มีกิจวัตรในการละหมาดในยามค่ำคืนเป็นปกติอยู่แล้ว เขาให้ก็ปฏิบัติละหมาดในคืนนิศฟูชะอ์บานเหมือนกับที่เขทเคยปฏิบัติในค่ำคืนอื่น ๆ โดยไม่ต้องเจาะจงเพิ่มเติมอิบาดะฮ์เป็นพิเศษ กรณีนี้สามารถกระทำได้โดยไม่เป็นปัญอะไร สอง : คือการเขาลุกขึ้นละหมาดในคืนนิศฟูชะอ์บาน โดยที่ค่ำคืนอื่น ๆ ไม่เคยละหมาดเลย นี่คือบิดอะฮ์ สาม : คือการที่เขาละหมาดในค่ำคืนนั้นด้วยจำนวนร็อกอัตที่ถูกกำหนดไว้เฉพาะตายตัว และกระทำซ้ำเป็นประจำในทุก ๆ ปี ซึ่งระดับนี้ถือเป็นอุตริกรรมบิดอะฮ์ที่รุนแรงยิ่งกว่าระดับที่สอง และห่างไกลจากแบบอย่างซุนนะฮ์ของท่านนบีมากที่สุด” – ดู “มัจมัวอ์ อัลฟะตาวา” (20/28-30)
