คำถาม : มีกลุ่มและนิกายต่าง ๆ มากมายที่อ้างว่าตนเองคือกลุ่มที่ได้รับการช่วยเหลือ จนทำให้ผู้คนจำนวนมากเกิดความสับสน แล้วเราควรทำอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีกลุ่มต่าง ๆ ที่อ้างตนว่าอยู่ในอิสลาม เช่น กลุ่มซูฟีย์ กลุ่มสะลาฟีย์ และกลุ่มอื่น ๆ เราจะมีวิธีแยกแยะได้อย่างไร? ขออัลลอฮ์ทรงตอบแทนท่านด้วยความดี
คำตอบ : ชัยคฺ อับดุลอะซีซ บิน บาซ มีหลักฐานยืนยันจากท่านเราะสูลุลลอฮ์ ﷺ ว่า ท่านกล่าวว่า:
“ชาวยิวได้แตกออกเป็น 71 กลุ่ม” หมายความว่า ทุกกลุ่มจะอยู่ในไฟนรก เว้นแต่หนึ่งกลุ่ม ซึ่งก็คือผู้ที่ปฏิบัติตามนบีมูซา عليه السلام และ “ชาวคริสต์ได้แตกออกเป็น 72 กลุ่ม” หมายความว่า ทุกกลุ่มจะอยู่ในไฟนรก เว้นแต่หนึ่งกลุ่ม ซึ่งก็คือผู้ที่ปฏิบัติตามนบีอีซา عليه السلام
ท่านกล่าวว่า: “และประชาชาตินี้” หมายถึง ประชาชาติของนบีมุฮัมมัด ﷺ “จะแตกออกเป็น 73 กลุ่ม ทุกกลุ่มจะอยู่ในไฟนรก เว้นแต่หนึ่งกลุ่ม”
มีผู้ถามว่า: “โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ กลุ่มที่รอดพ้นนั้นคือกลุ่มใด?” ท่านตอบว่า: “คือกลุ่มญะมาอะฮ์” และในอีกสำนวนหนึ่งว่า: “คือผู้ที่ยึดมั่นอยู่บนสิ่งที่ฉันและซอฮาบะห์ของฉันยึดมั่นอยู่”
(บันทึกโดยอิบนุมาญะฮ์ หะดีษเลขที่ 3992 และอัตติรมิซีย์ หะดีษเลขที่ 2641)
นี่คือ กลุ่มที่รอดพ้น พวกเขาคือผู้ที่รวมตัวกันอยู่บนสัจธรรมที่ท่านเราะสูล ﷺ นำมา และยืนหยัดอยู่บนสัจธรรมนั้น พวกเขาดำเนินตามแนวทางของท่านเราะสูล ﷺ และแนวทางของบรรดาซอฮาบะห์ของท่าน
พวกเขาคือ อะฮ์ลุซซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ และคือบรรดาผู้ยึดมั่นในหะดีษ ซึ่งเป็นชาวสะลัฟีย์ ผู้ที่ปฏิบัติตามบรรดาสะลัฟผู้ทรงคุณธรรม และดำเนินตามแนวทางของพวกเขาในการปฏิบัติตามอัลกุรอานและสุนนะฮ์
ส่วนทุกกลุ่มที่ขัดแย้งกับแนวทางของพวกเขา ก็อยู่ภายใต้คำขู่เตือนด้วยไฟนรก
ดังนั้น ท่านจงพิจารณาทุกกลุ่มที่อ้างว่าตนเองเป็นกลุ่มที่รอดพ้น และจงพิจารณาการกระทำของพวกเขา หากการกระทำของพวกเขาสอดคล้องกับหลักศาสนา พวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่รอดพ้น แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็ไม่ใช่
กล่าวโดยสรุปคือ มาตรวัดสำหรับทุกกลุ่มนั้น คืออัลกุรอานอันยิ่งใหญ่และสุนนะฮ์อันบริสุทธิ์ ดังนั้น ผู้ใดที่การกระทำและคำพูดของเขาดำเนินไปตามคัมภีร์ของอัลลอฮ์และสุนนะฮ์ของท่านเราะสูล ﷺ กลุ่มนั้นก็อยู่ในกลุ่มที่รอดพ้น
ส่วนผู้ที่มีแนวทางขัดแย้งกับสิ่งดังกล่าว เช่น ญะฮ์มียะฮ์ มุอ์ตะซิละฮ์ รอฟิเฎาะฮ์ มุรญิอะฮ์ และกลุ่มอื่น ๆ รวมถึงซูฟีย์จำนวนมากที่อุตริบัญญัติสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาในศาสนาโดยที่อัลลอฮ์มิได้ทรงอนุญาต คนเหล่านี้ล้วนอยู่ในบรรดากลุ่มที่ถูกขู่เตือนด้วยไฟนรก จนกว่าพวกเขาจะกลับใจจากสิ่งที่ขัดแย้งกับหลักศาสนา
และทุกกลุ่มที่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งขัดแย้งกับหลักศาสนาอันบริสุทธิ์ จำเป็นต้องกลับใจจากสิ่งนั้น และกลับคืนสู่ความถูกต้องและสัจธรรมที่นบีมุฮัมมัด ﷺ ได้นำมา ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจึงจะรอดพ้นจากคำขู่เตือนดังกล่าว
แต่หากพวกเขายังคงยืนหยัดอยู่บนบิดอะฮ์ต่าง ๆ ที่พวกเขาอุตริขึ้นมาในศาสนา และไม่ดำเนินตามแนวทางของท่านเราะสูล ﷺ พวกเขาก็อยู่ในบรรดากลุ่มที่ถูกขู่เตือนด้วยไฟนรก
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในกลุ่มเหล่านี้เป็นกาฟิร แต่พวกเขาอยู่ภายใต้คำขู่เตือนด้วยไฟนรก ในหมู่พวกเขาอาจมีบางคนที่เป็นกาฟิร เนื่องจากเขาได้กระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นการปฏิเสธศรัทธา และอาจมีบางคนที่ไม่ถึงขั้นเป็นกาฟิร แต่ยังอยู่ภายใต้คำขู่เตือนด้วยไฟนรก เนื่องจากการอุตริบัญญัติสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาในศาสนา และบัญญัติสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นศาสนา ทั้งที่อัลลอฮ์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่งมิได้ทรงอนุญาต
แหล่งที่มา ; ฟะตาวา นูร อะลัดดัรบ ของเชคอับดุลอะซีซ บิน บาซ โดยการดูแลของอัฏฏ็อยยารและอัลมูซา หมวดอะกีดะฮ์ หน้า 14–15
