คำถาม ท่านมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่กล่าวว่า “ไม่มีความแตกต่างระหว่างซุนนะฮ์กับชีอะฮ์ ทุกคนล้วนเป็นมุสลิมเหมือนกัน” ทั้งที่เขาเป็นผู้ให้ฟัตวาในประเทศมุสลิมแห่งหนึ่ง และเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน เขาได้ให้สัมภาษณ์ในนิตยสารฉบับหนึ่ง โดยกล่าวว่า “เราไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดว่า คนนี้เป็นซุนนะฮ์ คนนี้เป็นชีอะฮ์” คำกล่าวเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ หรือท่านมีความเห็นอย่างไร?
คำตอบ คำกล่าวนี้เป็นการกล่าวแบบเหมารวม ซึ่งเป็นความผิดพลาด เพราะชีอะฮ์มิใช่กลุ่มเดียว แต่แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม นักวิชาการอัชชะฮ์ริสตานีกล่าวว่า ชีอะฮ์มีถึงยี่สิบสองนิกาย แต่ละนิกายมีความเชื่อแตกต่างกัน บางกลุ่มมีความเชื่อที่เป็นบิดอะฮ์จนถึงขั้นตกศาสนา และบางกลุ่มแม้จะมีบิดอะฮ์ แต่ยังไม่ถึงขั้นตกศาสนา อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมแล้วชีอะฮ์เป็นผู้มีความเชื่ออุตริ และกลุ่มที่เบาที่สุดคือผู้ที่ยกสถานะของท่านอะลีเหนือกว่าอบูบักรและอุมัร ซึ่งถือว่าผิดพลาดและขัดต่อมติของบรรดาเศาะหาบะฮ์
แต่กลุ่มที่อันตรายที่สุดคือรอฟิเฎาะฮ์ ซึ่งเป็นพวกของโคมัยนี รวมทั้งนะศีรียะฮ์ ซึ่งเป็นพวกของฮาฟิซ อัลอะซัดและกลุ่มของเขาในซีเรีย ตลอดจนกลุ่มบาฏินียะฮ์ทั้งในซีเรียและในอิหร่าน และอิสมาอีลียะฮ์ในอินเดีย ทั้งสามกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่รุนแรงและอันตรายที่สุด และเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา เพราะพวกเขาปกปิดความชั่วร้ายต่อมุสลิม เห็นว่ามุสลิมเป็นศัตรูที่อันตรายยิ่งกว่าผู้ปฏิเสธศรัทธา เกลียดชังมุสลิมมากกว่าที่เกลียดชังผู้ปฏิเสธศรัทธา และถือว่าเลือดและทรัพย์สินของชาวซุนนะฮ์เป็นสิ่งที่อนุญาต แม้ว่าบางครั้งพวกเขาจะแสดงท่าทีประนีประนอมก็ตาม อีกทั้งยังเชื่อว่าอิมามของตนรู้เรื่องเร้นลับ เป็นผู้ปราศจากความผิดพลาด และมีการขอความช่วยเหลือ เชือดสัตว์พลี และบนบานต่ออิมามของตนแทนอัลลอฮ์ นี่คือสภาพความเชื่อของพวกเขาที่มีต่อบรรดาอิมาม
ดังนั้นรอฟิเฎาะฮ์ ซึ่งเรียกอีกชื่อว่าอิษนาอะชะรียะฮ์ หรือญะอ์ฟะรียะฮ์ และในปัจจุบันเรียกว่าพวกโคมัยนี เป็นกลุ่มที่เรียกร้องสู่ความเท็จ และเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เลวร้ายที่สุด เช่นเดียวกับนะศีรียะฮ์และอิสมาอีลียะฮ์ ซึ่งเป็นพวกบาฏินียะฮ์ พวกเขาเชื่อว่าการเป็นเคาะลีฟะฮ์ของอบูบักร อุมัร และอุษมานเป็นโมฆะ และเชื่อว่าเศาะหาบะฮ์ส่วนใหญ่ได้ตกศาสนา ยกเว้นเพียงไม่กี่คน เช่น อะลี หะซัน หุเซน อัมมาร อิบนุ ยาสิร และอีกสองสามคนที่พวกเขาเห็นว่าสนับสนุนท่านอะลี ส่วนเศาะหาบะฮ์ที่เหลือทั้งหมด พวกเขาถือว่าเป็นผู้ตกศาสนา ออกจากอิสลาม และได้อธรรมต่อท่านอะลี เป็นต้น ขออัลลอฮ์ทรงคุ้มครอง
นอกจากนี้ พวกเขายังยกย่องอะฮ์ลุลบัยต์จนเกินขอบเขต โดยอ้างว่าอิมามรู้เรื่องเร้นลับ และเชื่อว่าการเป็นผู้นำที่ถูกต้องมีเพียงสายอิมามของพวกเขาเท่านั้น ส่วนการปกครองทั้งหมดตั้งแต่หลังสมัยท่านนบีจนถึงปัจจุบันถือว่าเป็นโมฆะในทัศนะของรอฟิเฎาะฮ์ ขออัลลอฮ์ทรงคุ้มครอง
โดยสรุป ชีอะฮ์มีหลายกลุ่ม มิใช่กลุ่มเดียว ในบรรดาพวกเขายังมีกลุ่มซัยดียะฮ์ที่เป็นที่รู้จักในเยเมน ซึ่งมีความเชื่อเรื่องการยกสถานะของท่านอะลีเหนือกว่าอบูบักรและอุมัร คนกลุ่มนี้ไม่ถือว่าเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา เว้นแต่ผู้ที่บูชารูปเคารพ ยกย่องอะฮ์ลุลบัยต์จนเกินขอบเขต หรือวิงวอนต่อพวกเขาแทนอัลลอฮ์
ส่วนการยกสถานะของท่านอะลีเหนือกว่าอบูบักรและอุมัรนั้น ไม่ถึงขั้นตกศาสนา แต่เป็นบิดอะฮ์และเป็นความผิดพลาด เพราะสิ่งที่ถูกต้องคือการให้ความประเสริฐตามลำดับ ได้แก่ อบูบักร แล้วอุมัร แล้วอุษมาน และหลังจากนั้นคืออะลี ซึ่งเป็นลำดับที่บรรดาเศาะหาบะฮ์มีมติเป็นเอกฉันท์
ดังนั้น ผู้ที่ยกสถานะของท่านอะลีเหนือกว่าทั้งสามจึงถือว่าผิดพลาด แต่ไม่ใช่ผู้ปฏิเสธศรัทธา ส่วนผู้ที่เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาในหมู่ชีอะฮ์ ได้แก่ รอฟิเฎาะฮ์ นะศีรียะฮ์ และอิสมาอีลียะฮ์ ซึ่งยกย่องอะฮ์ลุลบัยต์จนเกินขอบเขต บูชาพวกเขาแทนอัลลอฮ์ และเชื่อว่าอิมามของตนรู้เรื่องเร้นลับ ตลอดจนความเชื่ออื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน ขออัลลอฮ์ทรงคุ้มครอง
สรุปคือ ต้องพิจารณาความเชื่อของชีอะฮ์แต่ละกลุ่มโดยละเอียด ไม่ควรกล่าวเหมารวมว่าชีอะฮ์ทุกคนเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา เพราะในหมู่พวกเขามีรายละเอียดและมีหลายกลุ่ม
คำถาม แล้วการประกอบพิธีฮัจญ์ของพวกเขาที่บัยตุลลอฮ์ อัลหะรอม จะเป็นอย่างไรภายใต้ความเชื่อเช่นนี้?
คำตอบ เรื่องของพวกเขาจะต้องได้รับการพิจารณาในอนาคต และขอให้อัลลอฮ์ทรงประทานความสำเร็จแก่ผู้ปกครองในการทำความดีและทรงช่วยเหลือพวกเขา
คำถาม เหตุใดพวกเขาจึงไม่พอใจเมื่อมีการตั้งชื่อว่า อบูบักร อุษมาน อาอิชะฮ์ หัฟศะฮ์ และอุมมุหะบีบะฮ์?
คำตอบ เพราะพวกเขาเชื่อว่าอบูบักร อุมัร และอุษมานเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกนี้เห็นว่าพวกเขาได้อธรรมต่อท่านอะลี และยังกล่าวหาอาอิชะฮ์ รวมทั้งมีความเชื่อที่เป็นบาฏิลอื่น ๆ อีกมากมาย ขออัลลอฮ์ทรงคุ้มครอง
สรุปคือ การกล่าวว่า “ไม่มีความแตกต่างระหว่างชีอะฮ์กับซุนนะฮ์” เป็นคำกล่าวที่ผิด เพราะชีอะฮ์มีหลายกลุ่มและต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ไม่อาจกล่าวได้ว่าพวกเขาเหมือนมุสลิมทั้งหมดหรือมีสถานะเดียวกัน เช่นเดียวกับกลุ่มศูฟีย์ที่ก็มีหลายกลุ่มและมีรายละเอียดแตกต่างกัน มิใช่ทุกกลุ่มจะมีสถานะเดียวกัน
แหล่งที่มา ; เชค อับดุลอะซีซ บินบาซ (ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์)
https://binbaz.org.sa/fatwas/3129/%D8%A7%D8%B5%D9%86%D8%A7%D9%81-%D8%A7%D9%84%D8%B4%D9%8A%D8%B9%D8%A9-%D9%88%D8%A7%D9%84%D8%AD%D9%83%D9%85-%D8%B9%D9%84%D9%8A%D9%87%D9%85
