คำถาม : มีผู้หญิงบางคนที่ตั้งครรภ์แล้วประสบกับการแท้งบุตร ซึ่งบางครั้งตัวอ่อนในครรภ์ได้พัฒนาเป็นรูปร่างของมนุษย์แล้ว และบางครั้งก็ยังไม่พัฒนาเป็นรูปร่างที่ชัดเจน ขอความกรุณาท่านช่วยอธิบายเกี่ยวกับการละหมาดในทั้งสองกรณีนี้ด้วย
คำตอบ : หากผู้หญิงแท้งบุตร โดยสามารถเห็นลักษณะของมนุษย์ในตัวอ่อนนั้น เช่น ศีรษะ มือ เท้า หรือส่วนอื่น ๆ เธอถือว่าอยู่ในฮุก่มของผู้มีเลือดหลังคลอดบุตร(นิฟาส) ซึ่งมีข้อกำหนดตามหลักศาสนา คือ ห้ามละหมาด ห้ามถือศีลอด และสามีไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์กับเธอได้ จนกว่าเธอจะสะอาดจากเลือดนิฟาส หรือครบสี่สิบวัน
หากเธอสะอาดจากเลือดนิฟาสก่อนครบสี่สิบวัน เธอจำเป็นต้องอาบน้ำทั่วร่างกาย(ฆุสล์) และต้องละหมาด ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน และสามีสามารถมีเพศสัมพันธ์กับเธอได้
ไม่มีระยะเวลาขั้นต่ำของนิฟาส หากเธอสะอาดจากเลือดหลังคลอดภายในสิบวัน หรือน้อยกว่านั้น หรือมากกว่านั้น เธอก็ต้องอาบน้ำละหมาด และถือว่ามีสถานะของผู้สะอาดตามที่กล่าวมา
เลือดที่ออกหลังจากสี่สิบวันถือว่าเป็นเลือดเสีย ซึ่งเธอสามารถละหมาด ถือศีลอด และสามีสามารถมีเพศสัมพันธ์กับเธอได้ โดยเธอต้องอาบน้ำละหมาดสำหรับละหมาดแต่ละเวลา เหมือนกับหญิงที่มีเลือดเสีย (มุสตะฮาฎอฮ์) ตามคำพูดของท่านนบี ﷺ ที่กล่าวกับท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ บินติ อบี ฮุบัยช์ ซึ่งเธอมีเลือดเสียว่า: “และเธอจงอาบน้ำละหมาดสำหรับละหมาดทุกเวลา”
หากเลือดที่ออกมาหลังจากสี่สิบวันตรงกับช่วงเวลาที่เธอมีประจำเดือน(เฮด) ก็จะถือว่าเป็นเลือดประจำเดือน ห้ามละหมาดและถือศีลอดจนกว่าเธอจะสะอาด และสามีก็ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับเธอ
แต่หากสิ่งที่ออกมาจากร่างกายของเธอไม่มีลักษณะของมนุษย์ เช่น เป็นเพียงก้อนเนื้อที่ไม่มีรูปร่าง หรือเป็นเพียงเลือด เธอจะจัดอยู่ในฮุก่มเดียวกันกับหญิงที่มีเลือดเสีย ไม่ใช่เลือดนิฟาสหรือเลือดประจำเดือน เธอจึงต้องละหมาด ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน สามีสามารถมีเพศสัมพันธ์กับเธอได้ และเธอต้องอาบน้ำละหมาดสำหรับละหมาดแต่ละเวลา พร้อมทั้งใช้ผ้าฝ้ายหรือสิ่งอื่นๆ เพื่อป้องกันเลือด เช่นเดียวกับหญิงที่มีเลือดเสีย
และสามารถรวมละหมาดระหว่างซุฮ์ริกับอัศริ และมัฆริบกับอิชาอ์ได้ และมีบัญญัติให้เธออาบน้ำทั่วร่างกาย(ฆุสล์)ก่อนละหมาดที่รวมกัน และก่อนละหมาดซุบฮ์ ตามหะดีษของท่านหญิงฮัมนะฮ์ บินติ ญะฮ์ช์ ซึ่งได้รับการยืนยัน เพราะเธอถือว่ามีสถานะเป็นมุสตะฮาฎอฮ์ตามความเห็นของนักวิชาการ
หากการแท้งเกิดขึ้นในเดือนที่ห้าหรือหลังจากนั้น ทารกนั้นจะต้องได้รับการอาบน้ำละหมาด ห่อผ้ากะฝั่น ขอดุอาอ์ให้ และตั้งชื่อ พร้อมทั้งทำอะกีเกาะฮ์ให้ เพราะถือว่าเป็นมนุษย์ที่มีสถานะเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป
แหล่งที่มา ; หนังสือ “ฟะตาวา อัตฎิบ วัลมัรฎอ” ฟัตวาโดย เชคอับดุลอะซีซ อิบนุบาซ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮ์ หน้าที่ 276-277
