หญิงที่ห้ามแต่งงานด้วย(มะฮ์รอม)แบบถาวร
แบ่งออกเป็นสามประเภทได้แก่
ประเภทที่หนึ่ง มะฮ์รอมทางสายเลือด มีทั้งหมดเจ็ดจำพวกที่ อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ทรงกล่าวไว้ในอัลกุรอ่าน ซูเราะฮ์อันนิซาอ์ ความว่า
“ถูกห้าม(ไม่ให้แต่งงาน)แก่พวกเจ้า ซึ่งบรรดามารดาของพวกเจ้า และบรรดาลูกสาวของพวกเจ้า และบรรดาพี่น้องสาวของพวกเจ้า และบรรดาป้าของพวกเจ้า และบรรดาน้าสาวของพวกเจ้า และบรรดาลูกสาวของพี่น้องชายของพวกเจ้า และบรรดาลูกสาวของพี่น้องสาวของพวกเจ้า” (อันนิซาอ์ 23)
1.บรรดามารดา หมายรวมถึง แม่(ผู้ให้กำเนิด) และบรรดาย่า,ยาย (รวมถึงย่า,ยายทวดขึ้นไป) ไม่ว่าจะเป็นต้นตระกูลของพ่อหรือแม่ก็ตาม
2.บรรดาลูกสาว หมายรวมถึง ลูกสาวแท้ๆ ลูกสาวของลูกชาย ลูกสาวของลูกสาว(หลานสาว) และที่ถัดลงไปทั้งหมด
3.บรรดาพี่น้องสาว หมายรวมถึง พี่น้องสาวแท้ๆ(พ่อแม่เดียวกัน) พี่น้องสาวร่วมพ่อ และพี่น้องสาวร่วมแม่
4.บรรดาป้า หมายรวมถึง ป้า(พี่สาวของพ่อและแม่) ป้าของพ่อ(พี่สาวของปู่,ย่า) ป้าของปู่,ตา(พี่สาวของทวด) และที่ถัดขึ้นไปทั้งหมด รวมถึง ป้าของแม่(พี่สาวของตา,ยาย) ป้าของย่า,ยาย(พี่สาวของทวด) และที่ถัดขึ้นไปทั้งหมด
5.บรรดาน้าสาว หมายรวมถึง น้าสาว(น้องสาวของพ่อและแม่) น้าสาวของพ่อ(น้องสาวของปู่,ย่า) น้าสาวของปู่,ตา(น้องสาวของทวด) และที่ถัดขึ้นไปทั้งหมด รวมถึง น้าสาวของแม่(น้องสาวของตา,ยาย) น้าสาวของย่า,ยาย(น้องสาวของทวด) และที่ถัดขึ้นไปทั้งหมด
6.บรรดาลูกสาวของพี่น้องชาย หมายรวมถึง ลูกสาวของพี่น้องชายแท้ๆ(พ่อแม่เดียวกัน) ลูกสาวของพี่น้องชายร่วมพ่อ ลูกสาวของพี่น้องชายร่วมแม่ ลูกสาวของลูกชายของพี่น้องชาย ลูกสาวของลูกสาวของพี่น้องชาย และที่ถัดลงไปทั้งหมด
7.บรรดาลูกสาวของพี่น้องสาว หมายรวมถึง ลูกสาวของพี่น้องสาวแท้ๆ(พ่อแม่เดียวกัน) ลูกสาวของพี่น้องสาวร่วมพ่อ ลูกสาวของพี่น้องสาวร่วมแม่ ลูกสาวของลูกชายของพี่น้องสาว ลูกสาวของลูกสาวของพี่น้องสาว และที่ถัดลงไปทั้งหมด
ประเภทที่สอง มะฮ์รอมทางการดื่มนมร่วมกัน โดยนับรวมเหมือนกับมะฮ์รอมทางสายเลือดทุกประการ
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “การเป็นที่ต้องห้าม(ไม่ให้แต่งงาน)ทางการดื่มนมร่วมกัน ก็เหมือนกับการเป็นที่ต้องห้ามทางสายเลือด” แต่การเป็นมะฮ์รอมทางการดื่มนมร่วมกันนั้น
จำเป็นต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
เงื่อนไขที่หนึ่ง จะต้องดื่มนม(ร่วมแม่นมคนเดียวกัน)เป็นจำนวนห้าอิ่มขึ้นไป หากเด็กดื่มนมจากแม่นมแค่เพียงสี่อิ่ม จะยังไม่ถือว่านางเป็นแม่ของเขา(ทางการดื่มนม) ดังที่ท่านมุสลิมได้รายงานหะดีษจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฎิยั้ลลอฮุอันฮา นางได้กล่าวว่า “ได้เคยมีอัลกุรอ่านถูกประทานลงมาว่า(ดื่มนม)จำนวนสิบอิ่มที่เป็นที่ทราบกันนั้นจึงจะถือว่าต้องห้าม(ไม่ให้แต่งงาน) หลังจากนั้นก็ถูกยกเลิกไปเหลือเพียงจำนวนห้าอิ่มที่เป็นที่ทราบกัน แล้วท่านร่อซู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้เสียชีวิต โดยที่จำนวนห้าอิ่มนั้นก็ยังคงถูกอ่านในอัลกุรอ่าน”
เงื่อนไขที่สอง จะต้องอยู่ในช่วงก่อนการหย่านม(คือการที่เด็กสามารถอยู่ได้ด้วยอาหารอื่นโดยไม่ต้องดื่มนมหรือพึ่งนมเป็นหลัก) หมายความว่า การดื่มนมทั้งห้าอิ่มนั้นจะต้องอยู่ในช่วงก่อนการหย่านม หากเกิดขึ้นหลังการหย่านม หรือบางอิ่มอยู่ในช่วงก่อนหย่านม แต่อีกบางอิ่มอยู่ในช่วงหลังหย่านม จะยังไม่ถือว่าผู้ให้น้ำนมนั้นเป็นแม่ของเด็ก
และเมื่อมีครบเงื่อนไขที่กล่าวมาข้างต้นเด็กคนนั้นก็จะถือว่าเป็นลูกของหญิงที่ให้นมแก่เขา และลูกๆของนางก็จะถือเป็นพี่น้องของเขา ไม่ว่าพวกเขาจะเกิดก่อนหรือจะเกิดทีหลังเขาก็ตาม และลูกๆของสามีของนางก็จะถือเป็นพี่น้องของเขาเช่นกัน ไม่ว่าเด็กเหล่านั้นจะเป็นลูกที่นางให้กำเนิด หรือเกิดจากหญิงอื่นก็ตาม
แต่จะต้องรู้เอาไว้ไว้ ณ ที่นี้ว่า ญาติใกล้ชิดของเด็กที่ดื่มนมนอกเหนือจากลูกหลานของเด็กคนนี้นั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับกรณีการดื่มนมร่วมกัน จึงไม่มีผลกระทบในเรื่องดังกล่าว ฉะนั้นจึงอนุญาตให้พี่ชายของเด็กที่ดื่มนมสามารถแต่งงานกับแม่นมของเด็ก หรือพี่น้องสาวร่วมดื่มนมของเด็กได้ ส่วนลูกหลานของเด็กที่ดื่มนมนั้น ก็จะถูกนับว่าเป็นลูกหลานของแม่นมและสามีของนางด้วย เหมือนกันกับที่พ่อของพวกเขาถูกนับว่าเป็นลูกของเขาทั้งสองทางการดื่มนมเช่นกัน
ประเภทที่สาม มะฮ์รอมทางการแต่งงาน ได้แก่
1.บรรดาภรรยาของพ่อ บรรดาภรรยาของปู่,ตา และที่ถัดขึ้นไป(ทวด) ไม่ว่าจะมาจากทางฝั่งพ่อหรือฝั่งแม่ก็ตาม ดังดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา ที่ว่า “และพวกเจ้าอย่าได้แต่งงานกับหญิงที่บรรพบุรุษของพวกเจ้าได้เคยแต่งงานมาก่อน” (อันนิซาอ์ 22) ดังนั้นเมื่อชายคนหนึ่งได้ทำสัญญาแต่งงานกับหญิงคนหนึ่ง หญิงคนดังกล่าวจะกลายเป็นที่ต้องห้ามแก่ลูกๆของชายคนนั้น รวมถึงลูกๆของลูกชายของเขา ลูกๆของลูกสาวของเขา และที่ถัดลงไปทันที ไม่ว่าจะผ่านการร่วมหลับนอนกับนางหรือไม่ก็ตาม
2.บรรดาภรรยาของลูกๆ และที่ถัดลงไป(หลาน เหลน โหลนฯ) ดังดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา ที่ว่า “และบรรดาภรรยาของลูกๆของพวกเจ้าที่มาจากเชื้อสายของพวกเจ้า” (อันนิซาอ์ 23) ดังนั้นเมื่อชายคนหนึ่งได้ทำสัญญาแต่งงานกับหญิงคนหนึ่ง หญิงคนดังกล่าวจะกลายเป็นที่ต้องห้ามแก่พ่อ ปู่ ตา และที่ถัดขึ้นไปทั้งหมด ไม่ว่าจะมาจากทางฝั่งพ่อหรือแม่ก็ตาม แค่เพียงทำสัญญาแต่งงานกับนาง(ก็จะถือว่านางเป็นที่ต้องห้ามทันที) ถึงแม้จะยังไม่ผ่านการร่วมหลับนอนกับนางก็ตาม
3.แม่ของภรรยา รวมถึงย่าและยายของภรรยา และที่ถัดขึ้นไป(ย่าทวด,ยายทวด) ดังดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา ที่ว่า “และบรรดามารดาของภรรยาของพวกเจ้า” (อันนิซาอ์ 23) ดังนั้นเมื่อชายคนหนึ่งได้ทำสัญญาแต่งงานกับหญิงคนหนึ่ง แม่และย่า,ยายของหญิงคนดังกล่าวจะกลายเป็นที่ต้องห้ามแก่ชายคนนั้นทันที แค่เพียงทำสัญญาแต่งงานกับนางถึงแม้จะยังไม่ผ่านการร่วมหลับนอนกับนางก็ตาม ไม่ว่าจะมาจากทางฝั่งพ่อ(คือ ย่า) หรือฝั่งแม่(คือ ยาย)ก็ตาม
4.ลูกสาวของภรรยา(ลูกติด) รวมถึงลูกสาวของลูกชายของภรรยา และลูกสาวของลูกสาวของภรรยา และที่ถัดลงไป ดังกล่าวเรียกว่า “ร่อบาอิ๊บ” (ลูกติดภรรยา) และลูกหลานของพวกนาง แต่มีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องฝ่านการร่วมหลับนอนกับภรรยาของเขาก่อน(ลูกสาวของนางจึงจะถือเป็นที่ต้องห้ามแก่เขา) หากมีการหย่าร้างเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการร่วมหลับนอนกัน ลูกสาวของนางและลูกหลานของลูกสาวก็จะไม่ถือเป็นที่ต้องห้ามแก่เขา(สามารถแต่งงานได้) ดังดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา ที่ว่า “และบรรดาลูกเลี้ยงของพวกเจ้าที่อยู่ในตัก(การดูแล)ของพวกเข้าที่เกิดจากภรรยาของพวกเจ้าที่พวกเจ้าได้สมสู่นางแล้ว แต่ถ้าพวกเจ้ายังไม่ได้สมสู่นาง ก็ไม่มีบาปใดๆแก่พวกเจ้า” (อันนิซาอ์ 23) ดังนั้นเมื่อชายคนหนึ่งได้แต่งงานกับหญิงคนหนึ่ง และร่วมหลับนอนกับนาง ลูกสาวของนาง ลูกสาวของลูกชายของนาง ลูกสาวของลูกสาวของนาง และที่ถัดลงไป จะถือเป็นที่ต้องห้ามแก่เขา ไม่ว่าลูกสาวเหล่านั้นจะเกิดจากสามีของนางคนก่อนหน้าเขา หรือเกิดจากสามีของนางหลังจากเขา(หลังจากที่หย่านางไปแล้ว)ก็ตาม แต่ถ้าหากเกิดการหย่าร้างกันก่อนที่จะมีการร่วมหลับนอน ลูกสาวเหล่านั้นก็จะไม่ถือเป็นที่ต้องห้ามแก่เขา
แหล่งที่มา ; หนังสือ “อัซซะวาจญ์” ของเชคมุฮัมมัด บินซอและฮ์ อัลอุซัยมีน ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮ์ หน้าที่ 21-26
