สิ่งที่ควรกระทำและทำได้ในการเอี๊ยะติกาฟ

·

คำถาม : อะไรคือสิ่งสมควรทำระหว่างเอี๊ยติกาฟ

​คำตอบ : เชคอิบนุอุษัยมีน กล่าวว่า
“สิ่งสมควรทำคือต้องสารวนอยู่กับการฏออะห์ต่ออัลลอฮ์ ด้วยการอ่านอัลกุรอ่าน ซิกรุลลอฮ์ ละหมาด และอื่นๆ อย่าปล่อยให้เวลาหมดไปโดยเปล่าประโยชน์”

แหล่งที่มา ; เชคอิบนุอุษัยมีน มัจญ์มูอ์ อัลฟะตาวา (เล่ม 20 / หน้า 175)

คำถาม : อะไรคือสิ่งที่ผู้เอี๊ยติกาฟต้องปฏิบัติในที่เอี๊ยติกาฟ

​คำตอบ : ท่านเชคบินบาซ กล่าวว่า “ผู้เอี๊ยติกาฟต้องปฏิบัติ ณ ที่ๆ เอี๊ยติกาฟคือ จะต้อง(กล่าว)รำลึกถึงอัลลอฮ์และทำอิบาดะห์ต่อพระองค์ ไม่ออกไป(นอกมัสยิด)เว้นแต่ไปทำธุระส่วนตัว เช่นปัสสาวะ อุจจาระอะไรทำนองนี้ หรือเพื่อไปทานอาหารหากไม่มีผู้ใดคอยส่งอาหารให้

ไม่อนุญาตให้สามีมาหาภรรยา(เพื่อมีสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา)ในขณะที่นางยังเอี๊ยติกาฟอยู่ ในทางกลับกันก็หามภรรยามาหาสามี(เพื่อมีสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา) ขณะที่เขาเอี๊ยติกาฟอยู่เช่นกัน และหากมีญาติมาเยี่ยม หรือผู้เป็นมะห์รอมมาเยี่ยมสตรีที่เอี๊ยติกาฟ ก็อนุญาตให้พูดคุยได้(ตามมารยาท)

แหล่งที่มา ; เชคอับดุลอะซีซบินบาซ รอฮิมะฮุลลอฮ์ มัจญ์มูอ์ อัลฟะตาวา (เล่ม 15 / หน้า 440)

คำถาม : หุก่มการออกจากที่เอี๊ยติกาฟ

​คำตอบ : “สำหรับการออกจากมัสยิด (ขณะเอี๊ยติกาฟ) นักวิชาการแบ่งออกเป็นสามลักษณะคือ

ก.อนุญาตให้ออกไป คือออกไปเพราะเรื่องจำเป็นต้องทำตามหลักการหรือตามธรรมชาติ(ของมนุษย์) เช่นไปละหมาดญุมอะห์ หรือไปอุจจาระหรือปัสสาวะ

ข.ออกเพื่อฏออะห์ต่ออัลลอฮ์ แต่ไม่ใช่การฏอะห์ที่วาญิบ(จำเป็นแก่เขาโดยตรง) เช่นเยี้ยมคนป่วย ละหมาดญะนาซะห์ หากเขาตั้งเป็นเงื่อนไขไว้แต่ตอนต้นการเอี๊ยตะกาฟ(ตั้งใจไว้ตามนั้น) ก็อนุญาตให้ไปได้ แต่ถ้าไม่แล้วก็ถือว่าห้าม

ค.ออกไปในเรื่องที่ค้านกับการเอี๊ยติกาฟ เช่นออกไปขายไปซื้อ (ของ) ออกไปเพื่อมีสัมพันธ์กับภรรยา(สามี) หรืออะไรทำนองนี้ การออกไปนี้ถือว่าไม่อนุญาตจะด้วยตั้งเป็นเงื่อนไข(ตั้งเจตนาไว้)ตั้งแต่ตอนต้นหรือไม่ก็ตาม”

แหล่งที่มา ; เชคอิบนุอุษัยมีน มัจญ์มูอ์ อัลฟะตาวา (เล่ม 20 / หน้า 157)

คำถาม : อนุญาตให้ผู้เอี๊ยติกาฟกลับไปทานอาหารที่บ้านได้หรือไม่รวมถึงไปอาบน้ำด้วย

​คำตอบ : เชคอิบนุอุษัยมีนกล่าวว่า

ก.อนุญาตให้ผู้เอี๊ยติกาฟกลับไปทานอาหารที่บ้านได้ หากไม่มีใครนำอาหารมาส่งให้ แต่ถ้ามีก็อย่าได้ออกไป เพราะผู้เอี๊ยติกาฟจะไม่ออกไปยกเว้นเรื่องจำเป็นเท่านั้น

ข.ส่วนการอาบน้ำหากมีญะนาบะห์ ก็จำเป็นต้องออกไปอาบน้ำ แต่ถ้าไม่ใช่และหวังเพียงให้ร่างกายเย็นสบาย ก็อย่าออกไป เรื่องญะนาบะห์เป็นเรื่องจำเป็น(แต่เรื่องเย็นไม่จำเป็น) แต่ถ้าออกไปอาบเพราะขจัดกลิ่น(เหงื่อไคล)ซึ่งทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ก็ให้ออกไปได้

แหล่งที่มา ; เชคอิบนุอุษัยมีน มัจญ์มูอ์ อัลฟะตาวา (เล่ม 20 / หน้า 178)

คำถาม : อนุญาตหรือไม่ให้ผู้เอี๊ยติกาฟใช้โทรศัพท์ติดต่อทำธุระเพื่อชาวบ้าน

​คำตอบ : เชคอิบนุอุษัยมีนกล่าวว่า

ก.อนุญาตให้ผู้เอี๊ยติกาฟใช้โทรศัพท์ติดต่อ(บุคคลภายนอก) เพื่อเป็นธุระ(ที่จำเป็น)ให้แก่มุสลิมด้วยกัน คือหากว่าการพูดโทรศัพท์นั้นอยู่ในมัสยิด คือที่ๆ ทำการเอี๊ยติกาฟ ทั้งนี้เพราะเขามิได้ออกไปนอกมัสยิด

ข.แต่ถ้าต้องออกไปข้างนอกก็อย่าได้ทำ หากผู้เอี๊ยติกาฟนี้เกี่ยวข้องกับการเป็นธุระ(ที่จำเป็น)ให้แก่พี่น้องมุสลิม เขาก็อย่าได้เอี๊ยติกาฟเลยเพราะการเป็นธุระ(ที่จำเป็น)ให้กับพี่น้องมุสลิมสำคัญกว่าการเอี๊ยติกาฟ

แหล่งที่มา ; เชคอิบนุอุษัยมีน มัจญ์มูอ์ อัลฟะตาวา (เล่ม 20 / หน้า 180)

คำถาม : อนุญาตให้ผู้เอี๊ยติกาฟออกไปเยี่ยมผู้ป่วยหรือตอบรับคำเชิญ(งานเลี้ยง)หรือไม่

​คำตอบ : คณะกรรมการถาวรฯ ตอบว่า “ตามซุนนะห์แล้วผู้เอี๊ยติกาฟ ต้องไม่ออกไปเยี่ยมผู้ป่วยขณะที่เอี๊ยติกาฟอยู่ และต้องไม่ต้องรับคำเชิญ(งานเลียงใด) รวมถึงต้องไม่ไปเป็นธุระให้กับครอบครัวด้วย ไม่ออกไปร่วมญะนาซะห์ และไม่ออกไปทำงานอะไรนอกมัสยิด”

แหล่งที่มา ; ฟะตาวา อัลลัจนะฮ์ อัดดาอิมะฮ์ (เล่ม 10 / หน้า 410)

คำถาม : อนุญาตให้ทั้งหญิงและชายเอี๊ยติกาฟในมัสยิดฮะรอม หรือไม่

​คำตอบ : เชคบินบาซตอบว่า “ไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใดที่จะให้ชายหรือหญิงเอี๊ยติกาฟในมัสยิดฮะรอมหรือในมัสยิดนบี และถือว่าไม่เป็นไรหากไม่สร้างความลำบากแก่ผู้มาละหมาดหรือทำร้ายผู้หนึ่งผู้ใด”

แหล่งที่มา ; เชคอับดุลอะซีซบินบาซ รอฮิมะฮุลลอฮ์ มัจญ์มูอ์ อัลฟะตาวา (เล่ม 15 / หน้า 440)

คำถาม : การเอี๊ยติกาฟมีเวลาเขาออกหรือไม่และสามารถยกเลิกเมื่อใดก็ได้หรือไม่

​คำตอบ : เชคบินบาซตอบว่า

ก.ทัศนะที่ถูกต้องจากทัศนะต่างๆ ของปวงปราชญ์คือ การเอี๊ยติกาฟไม่จำกัดด้วยเวลา(จะเข้าหรือออกเวลาใดก็ได้)

ข.ตามซุนนะห์การเข้าสู่การเอี๊ยติกาฟเริ่มแต่ตั้งเจตนาจะเอี๊ยติกาฟ และออกจากเอี๊ยติกาฟตามเวลาที่ตั้งใจไว้

ค.สามารถยกเลิกหรือออกจากการเอี๊ยติกาฟได้ทุกเมื่อหากมีความจำเป็น เพราะการเอี๊ยติกาฟเป็นซุนนะห์ คือไม่อยู่ในสภาพจำเป็นต้องทำยกเว้นผู้บนไว้เท่านั้น

ง.ส่งเสริมให้เอี๊ยติกาฟในห่วงเวลาสิบวันสุดท้ายของรอมฏอน และสงเสริมให้ผู้จะทำการเอี๊ยติกาฟให้เข้าพำนักที่ๆ จะเอี๊ยติกาฟหลังละหมาดฟัจร์ของวันที่ยี่สิบเอ็ด(ของรอมฎอน)เป็นการปฏิบัติตามท่านนบี ศ้อลลัลลฮุอะลัยวะซัลลัม และออกจากเอี๊ยติกาฟเมื่อสิ้นสุดสิบวัน”

แหล่งที่มา ; เชคอับดุลอะซีซบินบาซ รอฮิมะฮุลลอฮ์ มัจญ์มูอ์ อัลฟะตาวา (เล่ม 15 / หน้า 442)

แปลโดย : อ.อิสฮาก พงษ์มณี

Prefix

+ ผลบุญทวีคูณ.

กดตรงนี้ เพื่อสนับสนุนการทำงานของเรา
ส่งต่อผลบุญ สำหรับผู้เเปล เเละการสอน ผ่านเพจมัรกัซอิบนุตัยมียะฮ