ฮุก่มการรักษาด้วยสิ่งที่ต้องห้าม และผิดหลักความเชื่ออิสลาม

·

ฮุก่มการรักษาด้วยสิ่งที่ต้องห้าม และผิดหลักความเชื่ออิสลาม

คำตอบ : ไม่อนุญาตให้รักษาด้วยสิ่งต้องห้าม เพราะมีรายงานในหนังสือ “เศาะฮีห์” จากอิบนุ มัสอูด (ร่อฎิยั้ลลอฮุอันฮุ) ว่าเขากล่าวว่า:

“แท้จริงอัลลอฮ์มิได้กำหนดการรักษาของพวกเจ้าไว้ในสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามแก่พวกเจ้า”

และอบูดาวูดและผู้อื่นได้รายงานจากอบูฮุร็อยเราะฮ์ (ร่อฎิยั้ลลอฮุอันฮุ) ถึงท่านนบีว่า:
“แท้จริงอัลลอฮ์ทรงประทานทั้งโรคและยารักษา และทรงกำหนดให้ทุกโรคมีตัวยารักษา ดังนั้นอย่าใช้สิ่งต้องห้ามในการรักษา”

และใน “เศาะฮีห์มุสลิม” มีรายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) กล่าวถึงสุราไว้ว่า:
“แท้จริงมันไม่ใช่ยา แต่เป็นโรค”

และเช่นเดียวกัน ห้ามรักษาด้วยวิธีที่กระทบต่อหลักความเชื่อ (อะกีดะฮ์) เช่น การแขวนเครื่องรางที่มีถ้อยคำเชิญชวนสู่การตั้งภาคี (ชิริก) หรือชื่อที่ไม่รู้ที่มา หรืออักขระลึกลับ ลูกปัด เชือก สร้อย หรือห่วงที่สวมใส่ที่ต้นแขน แขน หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย โดยมีความเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยรักษาโรค ป้องกันสิ่งชั่วร้าย หรือขจัดเคราะห์ร้าย เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้หัวใจไปยึดโยงกับสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮ์ในการแสวงหาผลประโยชน์หรือป้องกันอันตราย ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการตั้งภาคี หรือเป็นหนทางที่นำไปสู่การตั้งภาคี

และยังรวมถึงการไปรักษากับพวกหมอดู นักพยากรณ์ นักเวท หรือผู้ที่ใช้ญิน เพราะสำหรับมุสลิมแล้ว หลักความเชื่อมีความสำคัญยิ่งกว่าสุขภาพ และอัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดให้การรักษาอยู่ในสิ่งที่อนุญาต ทั้งต่อร่างกาย จิตใจ และศาสนา โดยมีอัลกุรอาน เป็นสิ่งสูงสุดในการรักษา รวมถึง การรุกยะฮ์  และดุอาอ์ที่ถูกต้องตามหลักศาสนา

ท่านอิบนุลก็อยยิม (ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮ์) กล่าวว่า:
“หนึ่งในวิธีรักษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การทำความดี การมีเมตตา การรำลึกถึงอัลลอฮ์ การวิงวอน การถ่อมตนต่อพระองค์ และการเตาบะฮ์ (กลับเนื้อกลับตัว) ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลมากกว่ายารักษา แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเตรียมใจและการเปิดรับของจิตใจ”

แหล่งที่มา ; หนังสือ “อัลมุลัคค็อซอัลฟิกฮีย์” โดยเชคซอและฮ์ บินเฟาซาน อัลเฟาซาน ฮะฟิเซาะฮุ้ลลอฮ์ เล่มที่ 1 หน้า 293-294

Prefix

+ ผลบุญทวีคูณ.

กดตรงนี้ เพื่อสนับสนุนการทำงานของเรา
ส่งต่อผลบุญ สำหรับผู้เเปล เเละการสอน ผ่านเพจมัรกัซอิบนุตัยมียะฮ