Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

การละหมาดดุฮา

·

คำถาม ได้ถูกกล่าวกันว่า ละหมาดดุฮานั้น จำนวนรอกอัตที่ต่ำสุดคือ สองรอกอัต และมากที่สุดคือ สิบสองรอกอัต บ้างก็กล่าวว่า มีอยู่แปดรอกอัต ; เพราะท่านนบี ‎ﷺ ได้ปฏิบัติเช่นนั้น ส่วนตัวผมเองจะละหมาดตามที่ผมพอจะมีเวลา โดยบางครั้งผมก็ละหมาดสองรอกอัต และบางทีผมก็ละหมาดแปดรอกอัต และถ้าพอมีเวลา ผมก็จะละหมาดสิบสองรอกอัตแบบสมบูรณ์ ซึ่งตอนผมละหมาดรอกอัตแรก ผมอ่าน “อัลฮัมด์” (ซูเราะฮ์อัลฟาติฮะฮ์) และ “วัชชัมซ์” (ซูเราะฮ์อัชชัมช์) ส่วนในรอกอัตที่สอง ผมอ่าน “อัลฮัมด์” และ “อัฎฎุฮา” (ซูเราะฮ์อัฎฎุฮา) แต่บางครั้งถ้าผมป่วย ผมก็ไม่ได้ละหมาดดุฮาอย่างต่อเนื่อง ก็มีหลายคนกล่าวกับผมว่า : “แบบนี้ทำไม่ได้นะ แต่จำเป็นต้องดำรงละหมาดดุฮาอย่างต่อเนื่อง” คำถามของผมคือ : จำนวนรอกอัตเท่าไหร่ที่ผมจะต้องดำรงละหมาดดุฮาอย่างต่อเนื่อง ให้ผมละหมาดแปดรอกอัตตามที่นบี ﷺ ละหมาดใช่หรือไม่ ? และอะไรคือซูเราะฮ์ที่นบี ﷺ เริ่มอ่าน อัชชัมซ์ หรือ อัฎฎุฮา หากพิจารณาจากการอ่านหลังซูเราะฮ์อัลฟาติฮะฮ์ ?

คำตอบ ละหมาดดุฮาคือซุนนะฮ์ที่ถูกเน้นย้ำให้ปฏิบัติ , ซึ่งท่านนบี ﷺ ได้ปฎิบัติละหมาดนี้ และอัครสาวกของท่านก็ได้กำชับชี้แนะในเรื่องนี้ , จำนวนน้อยที่สุดของละหมาดดุฮาคือสองรอกอัต ดังนั้นหากดำรงละหมาดในจำนวนสองรอกอัต นั่นก็เท่ากับได้ปฏิบัติละหมาดดุฮาแล้ว และหากละหมาดหกรอกอัต แปดรอกอัต หรือจะมากกว่านั้นก็ไม่เป็นไร (เป็นที่อนุญาต) ขึ้นอยู่กับความสะดวกเลย , ซึ่งละหมาดดุฮาไม่มีจำนวนรอกอัตที่จำกัดตายตัว แต่ท่านนบี ﷺ เองได้เคยละหมาดดุฮาสองรอกอัต และบางครั้งก็ละหมาดสี่รอกอัต , ในวันที่พิชิตมักกะฮ์ ท่านนบี ﷺได้ละหมาดแปดรอกอัต ดังนั้นในเรื่องจำนวนรอกอัตนั้นเป็นเรื่องที่เปิดกว้าง

 ใน “ศ่อเฮียะฮ์มุสลิม” จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ – ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา – ได้กล่าวว่า : “ท่านนบี ﷺ ได้ละหมาดดุฮาสี่รอกอัต และได้เพิ่มจำนวนขึ้นตามที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์(หมายถึง ไม่มีจำนวนรอกอัตที่ตายตัว)”  และใน “ศ่อเฮียะฮ์อัลบุคอรีย์และมุสลิม” จากท่านอบีฮุรอยเราะฮ์ – ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ – เล่าว่า : “ท่านผู้เป็นที่รัก (ท่านร่อซู้ล) ได้สั่งเสียแก่ฉันไว้สามประการ : ถือศีลอดสามวันในทุกเดือน1 , ละหมาดดุฮาสองรอกอัต , และคือการให้ฉันละหมาดวิตรก่อนนอน” และใน “ศ่อเฮียะฮ์อัลบุคอรีย์และมุสลิม” จากอุมมิ ฮานิอ์ – ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา – เล่าว่า นางได้เห็นท่านนบี ﷺ ละหมาดดุฮาแปดรอกอัตในวันพิชิตมักกะฮ์”

 ดังนั้นใครที่ละหมาดแปดรอกอัต สิบรอกอัต สิบสองรอกอัต หรือมากกว่านั้น หรือน้อยกว่านั้น ทั้งหมดไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า : “ละหมาดในยามค่ำคืนและในกลางวัน ทีละสอง ทีละสอง”2 ซุนนะฮ์คือให้ละหมาดทีละสอง ทีละสอง มีการให้สลามในทุกสองรอกอัต และจำนวนน้อยที่สุดของละหมาดดุฮาคือสองรอกอัต , (โดยเวลาทำการละหมาด) คือหลังจากที่ดวงอาทิตย์ขึ้น จนกระทั่งถึงช่วงใกล้เข้าเวลาละหมาดซุฮ์รี่ ช่วงเวลาที่กล่าวมานี้ทั้งหมดคือดุฮา

และที่ดีที่สุดคือให้ละหมาดในช่วงเวลาสาย ในช่วงที่ดวงอาทิตย์ได้ส่องแดดร้อน ด้วยคำกล่าวของท่านนบี ﷺ ที่ว่า : “ละหมาดของคนเอาวาบ (คนที่ภักดีต่ออัลลอฮ์และเตาบัตตัวอย่างบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์) คือช่วงที่ลูกอูฐถูกแผดเผา”3 ความหมายก็คือ ในช่วงที่ผืนดินร้อนระอุ(เนื่องจากแดด)ต่อลูกเล็กของอูฐ4 และหากท่านละหมาดดุฮาในวันหนึ่ง ต่อมาท่านก็ละทิ้งในอีกวันหนึ่ง เช่นนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ที่ดีที่สุดคือการดำรงละหมาดดุฮาอย่างต่อเนื่อง ; เพราะท่านร่อซู้ล ﷺ ได้กล่าวว่า : “การงานที่เป็นที่รักยิ่ง ณ ที่อัลลอฮ์ คืองานที่ทำอย่างต่อเนื่อง แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม”5 ดังนั้นการทำอย่างต่อเนื่องจึงประเสริฐที่สุด และใครที่ละทิ้งซุนนะฮ์ดุฮาอย่างต่อเนื่อง หรือละทิ้งบางช่วงบางวัน ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร – อัลฮัมดุลิ้ลละฮ์ – เพราะการละหมาดดุฮาเป็นเพียงซุนนะฮ์ไม่ใช่วายิบ และซุนนะฮ์คือให้อ่านซูเราะฮ์ที่ท่านสะดวกอ่าน ควบคู่ไปอัลฟาติฮะฮ์ และนี่ก็ไม่มีขอบเขตที่ตายตัว เพราะที่วายิบคือซูเราะฮ์อัลฟาติฮะฮ์ และอะไรที่เพิ่มเข้ามาก็คือซุนนะฮ์ และเมื่อท่านอ่าน “วัชชัมซิ วะดุฮาฮา” คู่กับอัลฟาติฮะฮ์ หรือ “วัลลัยลิ อิซา ยัฆชา” หรือ “วัดดุฮา” หรือ “อะลัมนัชเราะฮ์” หรือ “วัฏฏีน” หรือ “อิกเราะฮ์” หรืออื่นจากนี้ ก็ไม่เป็นไร (สามารถอ่านได้ทั้งหมด) หรือจะอ่านโองการอัลกุรอ่านอื่น ๆ หรือจะโองการเดียว หลังจากที่อ่านฟาติฮะฮ์ไปแล้ว ทั้งหมดคือเรื่องที่ดี (ใช้ได้)”

แหล่งที่มา; เชค อับดุลอะซีซ อิบนุ บาซ – ร่อฮิม่าฮุ้ลลอฮ์ – มัจมูอ์ อัลฟะตาวา (คำถาม 4406)

  1. มีสองทัศนะเกี่ยวกับการถือศีลอดสามวัน : ทัศนะแรก คือให้เลือกถือศีลอดสามวันในหนึ่งเดือนตามที่ประสงค์โดยไม่มีการจำกัดวันตายตัว , ทัศนะที่สอง : ให้เลือกถือศีลอดในช่วงกลางเดือน หรือที่เรียกว่า อัยยามมุ้ลบัยด์ คือวันที่สิบสาม สิบสี่ สิบห้า เนื่องจากมีหะดิษบ่งชี้ถึงเรื่องนี้ ↩︎
  2. สุนัน อบีดาวูด (2/45) (1295) สถานะหะดิษ : ศ่อเฮียะฮ์ ดู อัลคุลาเศาะฮ์ (1/522) ↩︎
  3. ศ่อเฮียะฮ์มุสลิม : (748) ↩︎
  4. ที่หะดิษเลือกเจาะจงกล่าวถึงลูกอูฐ เพราะลูกอูฐจะถูกแผดเผาจากแดดเนื่องด้วยผิวหนังที่เปราะบาง ซึ่งเมื่ออากาศร้อนจัดมันจะแยกออกจากแม่ของมัน โดยถูกปล่อยทิ้ง ซึ่งช่วงเวลานี้คือช่วงท้าย ๆ ของเวลาละหมาดดุฮา และเป็นช่วงที่ดีที่สุด ↩︎
  5. ศ่อเฮียะฮ์อัลบุคอรีย์ : (6464) ↩︎